UX Infused — สร้างองค์กรแนวหน้า ผ่านแนวคิด UX Design

Image for post
Image for post
https://www.facebook.com/events/839719032834426/

UX Infused — สร้างองค์กรแนวหน้า ผ่านแนวคิด UX Design
https://www.facebook.com/events/839719032834426/
16 February 2017 at 18:30–20:30
at HUBBA Thailand, Soi Ekkamai 4

เกริ่น
อีกเช่นเคย คือขี้เกียจเล่าบรรยากาศงานอะไรมากมาย เว้นแต่ว่าสถานที่จัดงานสวยดีและได้กินอาหารจาก Indie Dish ซึ่งอร่อยมากกินหมดกล่องเหลือไว้แค่มะเขือเทศ งานนี้ตอนแรกจะจัดที่ Discovery Hubba แต่น่าจะมีเหตุขัดข้องอะไรซักอย่างทำให้ต้องย้ายมาที่สาขา เอกมัย ซอย 4 แต่นั้นไม่เป็นไร …งานรอบนี้เนื้อหาเยอะในเวลาจำกัด แต่ก็พยายามจดให้ได้เยอะที่สุดแล้วแหละ ส่วนใหญ่จะเป็นเนื้อหาในเชิงที่จะปรับปรุงตัวเองและที่ทำงานยังไงให้ดีขึ้นแบบแยะๆ โดยใช้ Ux เป็นตัวช่วย ถือว่าเป็นเนื้อหาที่นำเอาไปใช้ประโยชน์ได้แบบทันทีเลย

//ขอบคุณพี่อิงด้วยครับ ที่ช่วยตรวจทานให้ (-/\-)

Image for post
Image for post

คุณอิง ‘ดาริน สุทธพงษ์’ มีประสบการณ์ทำงานด้านการออกแบบในสหรัฐอเมริกากว่าสิบปี อดีตผู้นำทีม UX ของ Amazon ที่ร่วมพัฒนาและออกแบบประสบการณ์ของผู้ใช้ด้าน Delivery และยังเคยเป็นที่ปรึกษาให้กับ Startup หลายบริษัทในทั้งไทยและอเมริกา ปัจจุบันก่อตั้งและบริหาร Startup ของตัวเองในชื่อ ‘Indie Dish’ แอพพลิเคชั่นที่จะช่วยให้การรับประทานอาหารเพื่อสุขภาพเป็นเรื่องง่ายและสนุก พร้อมๆ กับเป็นที่ปรึกษาด้าน UX ให้กับอีเว้นท์ต่างๆ ควบคู่ไปกับการเป็นอาจารย์พิเศษที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

…มาเข้าเรื่อง

CORPORATE INNOVATION THROUGH UX-INFUSED STRATEGY

Innovation?

  • Innovation = Adding Value + New & Radical ways หรือก็คือ การทำสิ่งใหม่ให้ดีขึ้นกว่าเดิมแบบก้าวกระโดด ex. ‘ถ้าเราอยากกินน้ำแข็ง’ → ต้องรอหน้าหนาว → สร้างโรงน้ำแข็ง → คิดค้นตู้เย็น

แอพ TurboTax (ของบ. Intuit) จากปัญหาในการยื่นแบบภาษีออนไลน์ที่จะต้องมานั่งกรอกบนเว็บแบบยาวย้วย ทางบริษัท Intuit ก็เลยคิดค้นวิธีที่จะทำให้มันง่ายขึ้นโดยทำแอพที่สามารถถ่ายรูปจากใบภาษีแล้วอัพโหลดขึ้นไป มันจะทำการกรอกข้อมูลให้อัตโนมัติพร้อมส่งให้กรมสรรพากรเลย ด้วยแนวคิดที่จับทุกอย่างมากองรวมกันเพื่อมองปัญหาและหาวิธี Solve มันซะ

สิ่งที่สําคัญก็คือ เขาไม่ได้ Invent technology อะไรเลย แต่เอาสิ่งต่างๆมารวมกันเพื่อทำสิ่งใหม่ที่ดีกว่าเดิม

Why UX become so important to innovation?

สาเหตุที่เป็นเช่นนั้นเพราะว่ามีปัจจัยอยู่ 3 ข้อคือ

1. Abundance of choices : มีการแข่งขันกันมาก เพราะตัวเลือกมีเยอะ
2. Products are getting complex : Products มีความซับซ้อนขึ้นเรื่อยๆ
3. Social media : เรารู้โลกก็รู้ เลยต้องทำให้มันดี

มาถึงหัวข้อหลักของงาน…

UX Mindset & Skill
UX Driven Organization
Creating a UX-Infused Strategy

Image for post
Image for post

Ux Mindset (HHDD)

  • Think Human : หัวใจคือ User
    ถ้าให้เปรียบเทียบการคิดปกติ(Think Things) กับการคิดแบบ Human(Think Human)
Image for post
Image for post
  • Think Holistic : มองภาพกว้างๆ เช่น ก่อน user จะมาใช้เขาเจออะไรมา คิดให้เป็น Journey, Story คิดถึงที่มาที่ไปก่อนและหลัง
    ex. หมอเป็นคนที่คิดแบบ Think Holistic เช่น ถ้าคนไข้ปวดขามา หมอจะต้องถามถึงที่มาเพื่อวินิจฉัยก่อน ‘เมื่อวานไปทำอะไรมา, เล่นกีฬาอะไรหนักมาหรือเปล่า’ เพื่อที่จะเลือกจ่ายยาหรือรักษาได้ตรงจุดที่สุด มองในเชิง Think Context หรือก็คือการคิดถึงบริบทของตัว Product ที่เราทำ ไม่ใช่คิดถึงแค่ตัว Product
  • Think Deep : ‘WHY’ คิดว่าทำไมๆๆๆ คิดให้ละเอียดถึงปัญหาและที่มา
    ‘Read between the lines’ คือเห็นในสิ่งที่มันอาจจะไม่ชัดเจน เช่นเวลา User บอกอยากได้ Feature นี้ เราต้องคิดให้ลึกว่า ‘ทำไม’
Image for post
Image for post
https://en.wikipedia.org/wiki/MagSafe
  • Think Divergent : ‘WHAT IF’ ถ้าๆๆๆ มีปัญหาให้คิด Solution ให้เยอะที่สุดเท่าที่จะทำได้ เอามากองรวมๆกันหลายๆไอเดีย
    ex. เราจะไม่คิด 1+1 = 2 แต่เราจะคิดว่า ‘2 เกิดจากเลขอะไรได้บ้าง’

UX Skills

Ux Skills ไม่ใช่แค่เรื่องของการออกแบบให้สวยหรือให้ใช้งานง่าย แต่เป็นหลายๆ Skills ที่จะมาช่วยออกแบบการสื่อสารระหว่างผู้ใช้และ Product

Image for post
Image for post
  • User Research : ช่างสังเกตุ, มีมนุษยสัมพันธ์ที่ดี, เป็นคนละเอียด
  • Information Architecture : การย่อยข้อมูลให้เข้าใจง่าย
  • Interaction Design : User flow, ออกแบบการตอบโต้ระหว่างผู้ใช้และโปรดักส์
  • Visual Design : Layout, Form, Font, Color, Shapes หรือการทำโปรดักส์ให้สวย
  • Writing : คิดเขียน Content ที่จะใช้ใน Ui

ps. ถ้าหนึ่งคนเป็นทั้งหมดนี้จะเมพมาก

UX Driven Organization

เป็นที่มาของคำถามว่า ‘ทำไมบริษัทใหญ่ๆจึงล้มละลาย’
ex. Honeywell ยิ่งใหญ่มาหลายสิบปีแต่กลับโดน Nest ล้ม เพราะ Nest สร้าง Innovation กับโปรดักส์ได้ดีกว่า

— Organization Maturity : บริษัทคุณอยู่ในระดับไหนของ UX

Image for post
Image for post
  • Dark Ages : ในบริษัทยังไม่มีคนเข้าใจ Ux เลย ทำโปรดักส์ให้จบๆไป
  • Spotted Ux : มีคนกลุ่มนึงในบริษัทที่ลุกขึ้นมาทำ Project ที่เกี่ยวกับ UX แต่สักพักก็กลับไปเป็นเหมือนเดิม
  • Serious Ux : มีคนที่ทำ UX และมีการให้ความสำคัญ
  • Embedded Ux : เข้าใจว่าทุกโปรดักส์ทีมควรมี Ux ในทุกๆทีม
  • Infused Ux : ทุกคนที่อยู่ในทีมมี Ux Mindset หรือคิดแบบ Ux หมดทุกคน

ถ้าบริษัทไม่เริ่ม Ux ตั้งแต่วันนี้อาจจะ Disrupt ได้หรือเจ๊งได้

Moving your organization up in the Ux chain : เริ่มตรงไหนดีล่ะ?

  • StartUp → ควรเริ่มที่ระดับ Infused Ux เลย เพราะใน StartUp มีคนน้อยทำให้ปรับใช้ง่ายและตัว StartUp เองก็มีแนวคิดแบบ Innovative ด้วยทำให้ที่จะเริ่ม Ux ในระดับนี้ได้เลย
  • MID-Size → เช่นพวก SME บริษัทแนะนำเริ่มจากระดับ Spotted Ux ต้องให้คนมีคนมีอำนาจในการตัดสินใจและเข้าใจใน Ux ให้เร็วที่สุด แล้วจึงค่อยขยับขึ้นไป
  • BIG-Corp → เช่นพวก Bank, Hospital ก็ควรเริ่มจากระดับ Spotted Ux แต่ให้เริ่มใช้กับทีมเล็กๆก่อน(ซัก5–6คน) แบ่งกันเป็นกลุ่มๆไป ซิธีการนี้เรียกว่า Pizza Team (From Pizza team to work an important project)
Image for post
Image for post

Creating a UX-Infused Strategy

Strategy(กลยุทธ์) = แนวทาง+วิธีการ เพื่อที่จะไปให้ถึงในจุดที่เราอยากจะไป

ที่ต้องเลือกมาใช้วิธี UX-infused product strategy นี้ก็เพราะวิธีเก่าๆที่เขาเคยใช้มามันได้ผลลัพธ์แบบไม่สุด เช่นการใช้ Ux เข้าไปมีส่วนร่วมในงานต่างๆในทีมหรือออกแบบ UX Strategy ที่ถูกย่อยมาจาก Product strategy อีกที
….แล้วจะแก้ยังไงล่ะ? วิธีแก้ก็คือจับแนวคิดแบบ Ux หรือ Ux mindset ยัดเข้าไปในหัวของคนในทีมมันซะเลยและคิดผ่าน Product strategy เป็นหลัก

ด้วยวิธี UX-Infused Strategy นี้เราต้องหาจุดฮุค(Hook) หรือว่าจุดไม้ตายของ
โปรดักส์เราให้เจอก่อนพร้อมกับปัญหาที่จะเจอ และคิดถึงวิธีการที่จะทำให้ฮุคนั้นสำเร็จ (Define Key Experiences) โดยวิธีนี้จะใช้ Chart เป็นตัวช่วยหรือจะเรียกว่า Tool ก็ได้ ซึ่งจะแบ่งแต่ละส่วนเป็น

Image for post
Image for post
  • Challenge : คือการเซ็ทปัญหาที่อยากจะแก้ มองปัญหาในทุกๆมุม และทุกๆด้าน เช่น ด้าน Bussiness, Customer มองปัญหาที่จะทำให้คุณไปไม่ถึงจุดหมาย
  • Aspiration(Goals) : จุดที่เราอยากจะไปถึง แบบว่าถ้าโปรดักส์เราเสร็จแล้วเราจินตนาการให้มันเป็นแบบไหน โปรดักส์ต้องเมพ ต้องสวย อะไรแบบนี้

ps. เราจะคิดสองหัวข้อบนก่อนเพื่อเป็นจุดเริ่มต้น ต่อไปค่อยไปโฟกัสกับ ‘วิธีการ’ ตามข้อล่างๆต่อไป

  • Guiding Principles : ทฤษฎี หลักการหรือสิ่งใดก็ตามที่คุณจะใช้มาเป็นหลักยึดในการตัดสินใจในโปรดักส์ ซึ่งหลักการเหล่านี้ต้องออกมาจากสิ่งที่คุณเชื่อจริงๆ หรือสิ่งที่จะทำให้โปรดักส์ของคุณเป็นที่หนึ่ง
  • Focus Area : วิธีการที่คุณเชื่อว่ามันจะช่วยให้คุณประสบความสำเร็จ ซึ่งในขั้นตอนนี้คุณต้องทุ่มเทกับมันมากหน่อย
  • Projects/activities : ขั้นตอนนี้จะเป็นงานหรือโครงการที่จะทำ โดยทั้งหมดนั้นจะอิงจากขั้นตอนใน Focus Area เป็นหลัก

ps. สามส่วนนี้เราเรียกว่า Define Key Experiences หรือก็คือแนวคิดในส่วนของ
‘วิธีการ’ (
Guiding Principles, Focus Area, Projects/activities) คือให้เราคิดถึง Hook ของ product เรา(หรือก็คือจุดเด่นไม้ตายของเรา) คิดให้เป็นแนวคิดแบบ innovate และเราต้องเข้าใจว่ามันจะไป disrupt อะไรตรงไหน อย่างไร

  • Metrics : งานทุกงานที่ทำต้องวัดผลออกมาได้ อาจจะเป็นผลลัพท์จากผู้ใช้ หรือว่ายอดขาย

โปรดักส์ของเราทำอะไรและฮุคของเราคืออะไรหา Strategyให้เจอ

ตัวอย่างของการใช้งาน UX-Infused Strategy

  1. Prime Now by amazon กับเรื่องการส่งสินค้า
    ซึ่งได้กำหนด Hook ไว้ก็คือ “ส่งของให้ถึงลูกค้าแบบไวโคตรๆ”
Image for post
Image for post

2. Pinterest กับเรื่องเป้าหมายของเว็บ
ซึ่งได้กำหนด Hook ไว้ก็คือเป็นเว็บที่เจอสิ่งที่ชอบ แม้ไม่รู้ว่าจะเสิร์จด้วยคำว่าอะไร

Image for post
Image for post

ทั้งหมดก็มีประมาณนี้หวังว่าจะเอาไปปรับใช้กันได้นะครับ บอกได้เลยว่างานนี้เวิร์คมากๆ ต้องขอบคุณพี่อิง ดาริน Indie Dish ทั้งนอกจอและในจอที่อุตส่าห์เสริมนอกรอบให้ด้วย และทาง Hubba ขอบคุณทีมงานทุกคนมากๆครับสำหรับงานสัมมนานี้

ปล1. เมื่อไหร่จะมีร้านข้าวแกงแถว Hubba เอกมัยซักที

ปล2. Indie Dish อร่อยมาก

ปล3. ขอบคุณไอ้โต้ที่ชวน

¯\_(ツ)_/¯

Get the Medium app

A button that says 'Download on the App Store', and if clicked it will lead you to the iOS App store
A button that says 'Get it on, Google Play', and if clicked it will lead you to the Google Play store