การถามอยู่กับเราในทุกๆช่วงเวลา คำถามเป็นจุดเริ่มต้นและจุดเปลี่ยนของหลายๆเรื่องในชีวิต ในทั้งเรื่องการการทำงาน และ เรื่องของการดำเนินชีวิต การถามคำถามที่ไม่ถูกต้องไม่แย่เท่ากับการไม่กล้าถาม แต่ถ้าจะให้ได้ทุกสิ่งที่ต้องการ คำถามคือสิ่งแรกๆที่เราควรจะใส่ใจ

ถามเพื่อรับ Brief งาน, ถามเพื่อเก็บข้อมูล, ถามเพื่อขอความช่วยเหลือ, ถามเพื่อหาโอกาส, ถามเพื่อเปิดจินตนาการ, ถามเพื่อก้าวข้ามลิมิต, ถามเพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลง หรือแม้แต่ ถามเพื่อหาความหมายของชีวิต

ทุกคำถามมีจุดประสงค์ของมัน ให้เราสามารถขบคิดและหาทางออกในหลายๆเรื่อง หรือ ได้รวบรวมข้อมูลที่เป็นเบาะแสให้เราได้ไตร่ตรอง พิจารณา และ ตกผลึกออกมาเป็นทางรอดของชีวิต ทั้งหมดนี้ล้วนแล้วแต่เกิดจากคำถามที่เป็นตัวเปิดทางให้เรานั้นเอง แค่นี้ก็คงจะนึกภาพออกว่า ทำไมคำถามถึงสำคัญ…

ออกแบบเส้นทางลูกค้าด้วย Customer Journey Map

จากบริษัทที่พยายามจะทำทุกสิ่งทุกอย่างที่นึกออกเพื่อเพิ่มยอดขาย วันนึงเขาเปลี่ยนมาเดินตามเสียงลูกค้าโดยการเลือกโฟกัสมาที่การออกแบบขั้นตอนการซื้อออนไลน์ให้น่าสนใจขึ้น และ ผลักดันให้คนมาที่หน้าร้านเพื่อที่จะได้มอบประสบการณ์ที่เหนือกว่าให้ จนทำให้ปี 2018 แบรนด์ Adidas มียอดขายทะลุสูงถึง 25 พันล้านเหรียญในปีนั้น! …ตัวอย่างเรื่องเพิ่มยอดขาย อาจจะทำให้เห็นภาพได้ง่ายสุดในการที่เราพยายามจะออกแบบเส้นทางหรือขั้นตอนให้ลูกค้าเดินตามเพื่อให้เกิดกำไรที่คุ้มค่าที่สุด แต่ความจริงแล้วเราสามารถประยุกต์ใช้ไม่เฉพาะแค่การเพิ่มยอดขายให้กับลูกค้าเท่านั้น…

ออกแบบเส้นทางลูกค้าด้วย Customer Journey Map
ออกแบบเส้นทางลูกค้าด้วย Customer Journey Map

จากบริษัทที่พยายามจะทำทุกสิ่งทุกอย่างที่นึกออกเพื่อเพิ่มยอดขาย วันนึงเขาเปลี่ยนมาเดินตามเสียงลูกค้าโดยการเลือกโฟกัสมาที่การออกแบบขั้นตอนการซื้อออนไลน์ให้น่าสนใจขึ้น และ ผลักดันให้คนมาที่หน้าร้านเพื่อที่จะได้มอบประสบการณ์ที่เหนือกว่าให้ จนทำให้ปี 2018 แบรนด์ Adidas มียอดขายทะลุสูงถึง 25 พันล้านเหรียญในปีนั้น!

…ตัวอย่างเรื่องเพิ่มยอดขาย อาจจะทำให้เห็นภาพได้ง่ายสุดในการที่เราพยายามจะออกแบบเส้นทางหรือขั้นตอนให้ลูกค้าเดินตามเพื่อให้เกิดกำไรที่คุ้มค่าที่สุด แต่ความจริงแล้วเราสามารถประยุกต์ใช้ไม่เฉพาะแค่การเพิ่มยอดขายให้กับลูกค้าเท่านั้น…

Sucker Tracking : ไดอารี่สำหรับคนห่วยๆ

ย้อนกลับไปเมื่อ 1 ปีที่แล้วผมได้สร้าง Spread Sheet อันนึงขึ้นมาเพื่อรองรับอารมณ์ตัวเองที่ไม่อยากจะพูดกับใคร …วันนั้นเป็นวันที่เพื่อนของผมพูดถึงความสำเร็จในชีวิตเขา เป็นความสำเร็จที่มีคนยอมในความสามารถของเขาประมาณนึง แน่นอนคนอย่างผมเป็นไปไม่ได้ที่จะอดไม่ให้อิจฉาเขาในทันที ความรู้สึกของความเปรียบเทียบตัวเรากับคนอื่นเข้าครอบงำอย่างอดกลั้นไม่ได้ และยอมที่จะอมความรู้สึกนั้นและพ่นพรวดออกมาใน Sheet ที่ใช้ชื่อว่า ‘Sucker Tracking’ …ผมนี่แหละตัวมองโลกในแง่ร้ายโดยเฉพาะกับตัวเอง วันนั้นผมซัดๆทุกอย่างที่อยู่ในใจลงไปชีทอย่างบ้าคลั่ง เพื่อระบายหลายๆอย่างที่อยู่ในใจออกมาแบบเงียบๆ…

Sucker Tracking : ไดอารี่สำหรับคนห่วยๆ
Sucker Tracking : ไดอารี่สำหรับคนห่วยๆ

ย้อนกลับไปเมื่อ 1 ปีที่แล้วผมได้สร้าง Spread Sheet อันนึงขึ้นมาเพื่อรองรับอารมณ์ตัวเองที่ไม่อยากจะพูดกับใคร …วันนั้นเป็นวันที่เพื่อนของผมพูดถึงความสำเร็จในชีวิตเขา เป็นความสำเร็จที่มีคนยอมในความสามารถของเขาประมาณนึง แน่นอนคนอย่างผมเป็นไปไม่ได้ที่จะอดไม่ให้อิจฉาเขาในทันที ความรู้สึกของความเปรียบเทียบตัวเรากับคนอื่นเข้าครอบงำอย่างอดกลั้นไม่ได้ และยอมที่จะอมความรู้สึกนั้นและพ่นพรวดออกมาใน Sheet ที่ใช้ชื่อว่า ‘Sucker Tracking’ …ผมนี่แหละตัวมองโลกในแง่ร้ายโดยเฉพาะกับตัวเอง วันนั้นผมซัดๆทุกอย่างที่อยู่ในใจลงไปชีทอย่างบ้าคลั่ง เพื่อระบายหลายๆอย่างที่อยู่ในใจออกมาแบบเงียบๆ…

เมื่อผมลองมาเป็นอาจารย์ครั้งแรก

It always seems impossible … โคตรเป็นไปไม่ได้เลยที่จะตกลงรับปากเพื่อไปสอนใคร คืออย่าว่าแต่ไปสอนเลย คุยกับคนบางทียังเหนื่อย แต่นี่ดันเป็นเด็กมหาลัยอีก บ้า… ‘จงเตรียมตัวให้พร้อมเมื่อโอกาสยังมาไม่ถึง’ ผมถูกคำนี้ตีป๊าดไปแรงๆที่ก้นและวิ่งเข้าสมองแบบจังๆ ตอนที่ผมกำลังจะตกปากรับคำกับงานนี้ ด้วยความรู้สึกที่อยู่ในใจว่า ผมเพิ่งคุยกับตัวเองว่าเรามันห่วยไปไม่กี่วันก่อนเอง เห้อ ผมไม่พร้อมเลย ด้วยความรู้สึกว่า ‘โอกาส ถ้ามึงไปแล้ว มึงคงไปเลยจริงๆซินะ?’ ผมตั้งคำถาม ผมจะต้องสู้กับตัวเองยังไง ทั้งๆที่มีตัวนึงหวาดกลัวและตัวนึงทะเยอทะยานอยู่ ทำให้ช่วงนั้นผมใช้โควตาอารมณ์หม่นๆตุ่นๆอยู่หลายวันเลย ‘โอเค กูรับงานนี้’ ผมรับปากกับเพื่อนผ่านโทรศัพท์ มันเร็วมาก! ตอบกลับไปตอนนั้นมันเร็วมากจริงๆแบบที่สติไล่ไปไม่ทัน ตอนนั้นไม่รู้เหมือนกันว่าปากหรือมือที่สั่นกว่ากัน เมื่อสิ้นสายนั้น ระหว่างความรู้สึกหวาดกลัวและทะเยอทะยาน เปลี่ยนเป็น ความซวยละกูผสมกับความตื่นเต้นที่ซัดมาเป็นระลอก…

เมื่อผมลองมาเป็นอาจารย์ครั้งแรก
เมื่อผมลองมาเป็นอาจารย์ครั้งแรก

It always seems impossible …

โคตรเป็นไปไม่ได้เลยที่จะตกลงรับปากเพื่อไปสอนใคร คืออย่าว่าแต่ไปสอนเลย คุยกับคนบางทียังเหนื่อย แต่นี่ดันเป็นเด็กมหาลัยอีก บ้า…

‘จงเตรียมตัวให้พร้อมเมื่อโอกาสยังมาไม่ถึง’ ผมถูกคำนี้ตีป๊าดไปแรงๆที่ก้นและวิ่งเข้าสมองแบบจังๆ ตอนที่ผมกำลังจะตกปากรับคำกับงานนี้ ด้วยความรู้สึกที่อยู่ในใจว่า ผมเพิ่งคุยกับตัวเองว่าเรามันห่วยไปไม่กี่วันก่อนเอง เห้อ ผมไม่พร้อมเลย

ด้วยความรู้สึกว่า ‘โอกาส ถ้ามึงไปแล้ว มึงคงไปเลยจริงๆซินะ?’ ผมตั้งคำถาม ผมจะต้องสู้กับตัวเองยังไง ทั้งๆที่มีตัวนึงหวาดกลัวและตัวนึงทะเยอทะยานอยู่ ทำให้ช่วงนั้นผมใช้โควตาอารมณ์หม่นๆตุ่นๆอยู่หลายวันเลย ‘โอเค กูรับงานนี้’ ผมรับปากกับเพื่อนผ่านโทรศัพท์ มันเร็วมาก! ตอบกลับไปตอนนั้นมันเร็วมากจริงๆแบบที่สติไล่ไปไม่ทัน ตอนนั้นไม่รู้เหมือนกันว่าปากหรือมือที่สั่นกว่ากัน เมื่อสิ้นสายนั้น ระหว่างความรู้สึกหวาดกลัวและทะเยอทะยาน เปลี่ยนเป็น ความซวยละกูผสมกับความตื่นเต้นที่ซัดมาเป็นระลอก…

Cognitive Biases : จิตวิทยาอคติในการตัดสินใจ ฉบับนักพัฒนาโปรดักส์

ก่อนที่จะพูดถึงเรื่องว่าจิตวิทยา Cognitive Bias คืออะไร, เพราะอะไรเราถึงต้องรู้จักมัน และ ควรรู้แค่ไหนบ้าง เราจะต้องมารู้ก่อนว่าบทความนี้ถูกเขียนมาเพื่อใคร ความจริง Cognitive Bias ก็เป็นเรื่องที่ทุกคนควรรู้ แต่บทความนี้จะเพียงแค่เน้นไปที่นักพัฒนาโปรดักส์ ซึ่งนักพัฒนาโปรดักส์ในที่นี้ไม่ได้แปลว่าเป็น Develop แต่แปลว่าทุกๆคนขององค์กรที่มีส่วนร่วมในการพัฒนา, ตัดสินใจ และผลักดันให้เกิดผลิตภัณฑ์ขึ้นมา ไม่ว่าจะเป็น CEO, Developer, Designer, Researcher, Creative, Marketer, UX Designer, Project Manager หรือใครก็ตามที่มีส่วนเกี่ยวข้อง เรานับว่าเป็นทีมนักพัฒนาโปรดักส์เช่นกัน…

Cognitive Biases : จิตวิทยาอคติในการตัดสินใจ ฉบับนักพัฒนาโปรดักส์
Cognitive Biases : จิตวิทยาอคติในการตัดสินใจ ฉบับนักพัฒนาโปรดักส์

ก่อนที่จะพูดถึงเรื่องว่าจิตวิทยา Cognitive Bias คืออะไร, เพราะอะไรเราถึงต้องรู้จักมัน และ ควรรู้แค่ไหนบ้าง เราจะต้องมารู้ก่อนว่าบทความนี้ถูกเขียนมาเพื่อใคร ความจริง Cognitive Bias ก็เป็นเรื่องที่ทุกคนควรรู้ แต่บทความนี้จะเพียงแค่เน้นไปที่นักพัฒนาโปรดักส์ ซึ่งนักพัฒนาโปรดักส์ในที่นี้ไม่ได้แปลว่าเป็น Develop แต่แปลว่าทุกๆคนขององค์กรที่มีส่วนร่วมในการพัฒนา, ตัดสินใจ และผลักดันให้เกิดผลิตภัณฑ์ขึ้นมา ไม่ว่าจะเป็น CEO, Developer, Designer, Researcher, Creative, Marketer, UX Designer, Project Manager หรือใครก็ตามที่มีส่วนเกี่ยวข้อง เรานับว่าเป็นทีมนักพัฒนาโปรดักส์เช่นกัน…

8.20 am — Even on Monday

เวลาเราใช้ชีวิตไปเรื่อยๆ คล้ายกันทุกวัน บางทีก็จะไม่รู้แล้วว่าเรามีปัญหาอะไรในชีวิตประจำวันหรือเปล่า เพราะด้วยความชินกับกิจวัตรคล้ายๆเดิม จนมีช่วงนึงด้วยความอยากหานู้นหานี่ทำเล่นๆหลังจากที่ไม่ได้ทำงานแล้ว แต่กลับกลายเป็นว่าทำไปได้แปปเดียว ก็มารู้ตัวว่ามันดึกเกินที่จะทำต่อแบบชิวๆแล้ว อีกซักพักก็ต้องนอน เป็นอย่างนี้แบบรัวๆ จนเริ่มสังเกตุเห็นความเซ็งของตัวเองได้ เลยต้องมาถามตัวเองในวันถัดไปเลยว่า “กูเอาเวลาไปไว้ไหนหมดฮึ?”

เอาล่ะ คำถามมาแบบนี้ก็เข้า Design sprint(เก๊) กันเลย … วันๆเราทำอะไรบ้างวะ? เป็นคำถามที่ต้องมานั่งสืบตัวเองว่าตั้งแต่ตื่นจนถึงนอน เรามีกิจวัตรยังไง แล้วอะไรที่ดูเป็น Routine ที่มันทำให้เราเสียเวลา ถ้าเป้าหมายในแต่ละวันคือ 1. ได้ทำตามแผนที่อยากทำครบ 2. ได้เดินทางบ้าง. ซึ่งสรุปแล้ววิธีเพิ่มเวลาในชีวิตประจำวัน เท่าที่คิดไตร่ตรองด้วยความมั่วใน Logic แล้วมีหลุดมาได้ทดลองทำอยู่ประมาณ 3 เดือนจนถึงปัจจุบัน มีอยู่ประมาณ 5 อย่างที่นึกได้ อันแรกที่ชัดที่สุดเลยคือ…

“Brand Identity” ทำไมเราถึงต้องใส่ใจกับมันด้วย?

คิดว่าหลายคนก็คงรู้อยู่แล้วว่าเวลาที่เราคิดจะที่จะสร้างโปรดักส์ สร้างแบรนด์ที่เป็นตัวเองขึ้นมาซักอย่าง เราก็ต้องสร้างอัตลักษณ์ให้กับมัน ก็ต้องมีโลโก้ มีสีที่เฉพาะตัว หรืออะไรก็ตามที่เราชอบ มันจึงไม่ยากเย็นเลยในการที่จะสร้าง Brand Identity หรืออัตลักษณ์แบรนด์ขึ้นมา แค่กูเกิลหาตัวอย่าง Brand Identity จากบริษัทใหญ่ๆ ดูว่าเขามีส่วนประกอบอะไรบ้าง Logo, Font, Color, Pattern, etc.. (พวกนี้จะเรียกว่า Corporate Identity)เราก็ทำตามให้มันครบๆไป หรือไม่ก็ไปหา Tutorial วิธีทำเอาก็ได้ จบ ง่าย ชิว เราก็จะได้ก้อน Brand Identity มาหนึ่งอันแล้วก็เอามาใช้กันในบริษัท ซึ่งไม่ได้บอกว่ามันไม่ดีหรือทำผิด แต่ลืมอะไรไปหรือเปล่า เราพยายามถามหา How ว่าวิธีการทำมันเป็นยังไง แต่อาจจะลืมศึกษา Why ไปด้วยว่า ทำไมเราถึงต้องมีมัน? เลยเป็นคำถามต่ออีกว่า “ทำไมเราถึงต้องใส่ใจกับมัน?”…

“Brand Identity” ทำไมเราถึงต้องใส่ใจกับมันด้วย?
“Brand Identity” ทำไมเราถึงต้องใส่ใจกับมันด้วย?
Photo by Wojtek Witkowski on Unsplash

คิดว่าหลายคนก็คงรู้อยู่แล้วว่าเวลาที่เราคิดจะที่จะสร้างโปรดักส์ สร้างแบรนด์ที่เป็นตัวเองขึ้นมาซักอย่าง เราก็ต้องสร้างอัตลักษณ์ให้กับมัน ก็ต้องมีโลโก้ มีสีที่เฉพาะตัว หรืออะไรก็ตามที่เราชอบ มันจึงไม่ยากเย็นเลยในการที่จะสร้าง Brand Identity หรืออัตลักษณ์แบรนด์ขึ้นมา แค่กูเกิลหาตัวอย่าง Brand Identity จากบริษัทใหญ่ๆ ดูว่าเขามีส่วนประกอบอะไรบ้าง Logo, Font, Color, Pattern, etc.. (พวกนี้จะเรียกว่า Corporate Identity)เราก็ทำตามให้มันครบๆไป หรือไม่ก็ไปหา Tutorial วิธีทำเอาก็ได้ จบ ง่าย ชิว เราก็จะได้ก้อน Brand Identity มาหนึ่งอันแล้วก็เอามาใช้กันในบริษัท ซึ่งไม่ได้บอกว่ามันไม่ดีหรือทำผิด แต่ลืมอะไรไปหรือเปล่า เราพยายามถามหา How ว่าวิธีการทำมันเป็นยังไง แต่อาจจะลืมศึกษา Why ไปด้วยว่า ทำไมเราถึงต้องมีมัน? เลยเป็นคำถามต่ออีกว่า “ทำไมเราถึงต้องใส่ใจกับมัน?”

เก็บตก UX : Usability Workshop

“ Usability testing workshop รู้และวัดผล จากการใช้งานจริง ” เนื้อหาของตอนนี้จะเป็นการเก็บตกในจุดที่คิดว่ามีประโยชน์จากการที่ได้ถลำตัวไป Workshop การทำ Usability testing มา แต่ก็เกือบพลาดไปแล้วงานมี 10 โมงเจอน้ำท่วมบางกอกไปเลทกระจุย ซึ่งการ Workshop ครั้งนี้จัดโดย UX Bangkok และ Fungjai ชื่องาน UX Bangkok x Fungjai : Usability Testing Workshop ทั้งสองคณะนี้ให้ความสำคัญเรื่อง UX มากๆไม่แปลกที่เขาจะมาจัดงานร่วมกัน โดยตัวงานแบ่งเป็นช่วงเช้าบ่าย เช้าเป็นโหมดฟังๆจดๆ ช่วงบ่ายก็มามือเลอะกันเพราะเราต้องคิด เขียน และทำ ใช้หัวเรื่องในการที่จะทำ Usability กันเป็นการทดสอบ Feature ใหม่บนแอพฟังเพลงของฟังใจนี่แหละ แต่อย่างที่บอกก็แค่เก็บตกประเด็นน่าสนใจ คงไม่ได้เขียนบรรยายบรรยากาศหรือเรียงความไทม์ไลน์ของงานหรอก (แต่ดูท่าจะยาว) เริ่ม…

เก็บตก UX : Usability Workshop
เก็บตก UX : Usability Workshop

“ Usability testing workshop รู้และวัดผล จากการใช้งานจริง ” เนื้อหาของตอนนี้จะเป็นการเก็บตกในจุดที่คิดว่ามีประโยชน์จากการที่ได้ถลำตัวไป Workshop การทำ Usability testing มา แต่ก็เกือบพลาดไปแล้วงานมี 10 โมงเจอน้ำท่วมบางกอกไปเลทกระจุย ซึ่งการ Workshop ครั้งนี้จัดโดย UX Bangkok และ Fungjai ชื่องาน UX Bangkok x Fungjai : Usability Testing Workshop ทั้งสองคณะนี้ให้ความสำคัญเรื่อง UX มากๆไม่แปลกที่เขาจะมาจัดงานร่วมกัน โดยตัวงานแบ่งเป็นช่วงเช้าบ่าย เช้าเป็นโหมดฟังๆจดๆ ช่วงบ่ายก็มามือเลอะกันเพราะเราต้องคิด เขียน และทำ ใช้หัวเรื่องในการที่จะทำ Usability กันเป็นการทดสอบ Feature ใหม่บนแอพฟังเพลงของฟังใจนี่แหละ แต่อย่างที่บอกก็แค่เก็บตกประเด็นน่าสนใจ คงไม่ได้เขียนบรรยายบรรยากาศหรือเรียงความไทม์ไลน์ของงานหรอก (แต่ดูท่าจะยาว)
เริ่ม…

UXplorer “Leafly” / สำรวจ Leafly.com เว็บไซต์รวมข้อมูลกัญชา

Leafly.com เป็นเว็บไซต์ที่ให้ข้อมูลเกี่ยวกับกัญชาและมีความน่าสนใจเกี่ยวกับ UX ของตัวเว็บเอง ให้บรรยากาศในเว็บได้เหมาะกับตัว Branding ได้ดีไม่ว่าจะเป็นเลือกคำอธิบายของเว็บที่จบในตัวไม่ต้องคิดต่อ (The World’s Cannabis Information Resource) สีหรือว่ารูปภาพส่วนประกอบที่ใช้ในเว็บ จะเป็นลักษณะที่ไปในทางเดียวกันไม่ขัดแย้งทำให้รู้สึกคล้อยตามกับเนื้อหาเว็บอย่างสนุกสนานมากขึ้น …ถ้าเริ่มดูจากภาพ (จุดที่ 1) — ถ้าสังเกตุการใช้สีของปุ่ม Join / Login แล้วจะสังเกตุว่าเขาพยายามทำให้ต่างกันเพื่อที่จะแยกง่ายขึ้นว่าใครจะสมัครหรือเข้าระบบ แต่ก็ไม่ลืมพยายามเน้นสีที่เข้มที่ดูเหมือนปุ่มมากกว่าไปทางปุ่ม Join เพื่อให้คนสนใจในการกดสมัครซะมากกว่า…

UXplorer “Leafly” / สำรวจ Leafly.com เว็บไซต์รวมข้อมูลกัญชา
UXplorer “Leafly” / สำรวจ Leafly.com เว็บไซต์รวมข้อมูลกัญชา

How to be great designer โดย บัวตูม

‘ How to be great designer เราจะเป็นดีไซน์เนอร์ที่ดีได้ยังไง ’ ในบล็อกนี้เป็นการสรุปหัวข้อที่ถูกนำหยิบยกมาพูดสำหรับงาน Open House#4 ประสบการณ์ทำงาน และเทคนิคดีไซน์ของ ‘บัวตูม’ งานครั้งนี้จัดที่ Tencent Thailand แถวๆ MRT สุทธิสาร โดยตัวงานจะแบ่งเป็นสองเนื้อหา ประสบการณ์การทำงานของพี่ตูมกับหัวข้อที่กำลังจะอ่านอยู่ตอนนี้ แน่นอนว่าทำไมถึงมีความน่าสนใจในเรื่องนี้ เพราะเราเชื่อว่าหลายๆคนทำเป็นดีไซน์และกำลังฝึกฝน มันก็ดีซิ ที่จะมีไกด์มาชี้ทางว่าสรุปแล้วถ้าเราอยากจะพัฒนาตัวเองในด้านนี้ เราควรจะต้องสนใจหรือฝึกฝนอะไรเป็นพิเศษบ้าง การงมให้ถูกทางมันน่าจะประหยัดเวลาในการพัฒนาตัวเองได้เยอะแน่ๆ…

How to be great designer โดย บัวตูม
How to be great designer โดย บัวตูม
https://dribbble.com/buatoom

‘ How to be great designer เราจะเป็นดีไซน์เนอร์ที่ดีได้ยังไง ’ ในบล็อกนี้เป็นการสรุปหัวข้อที่ถูกนำหยิบยกมาพูดสำหรับงาน Open House#4 ประสบการณ์ทำงาน และเทคนิคดีไซน์ของ ‘บัวตูม’ งานครั้งนี้จัดที่ Tencent Thailand แถวๆ MRT สุทธิสาร โดยตัวงานจะแบ่งเป็นสองเนื้อหา ประสบการณ์การทำงานของพี่ตูมกับหัวข้อที่กำลังจะอ่านอยู่ตอนนี้ แน่นอนว่าทำไมถึงมีความน่าสนใจในเรื่องนี้ เพราะเราเชื่อว่าหลายๆคนทำเป็นดีไซน์และกำลังฝึกฝน มันก็ดีซิ ที่จะมีไกด์มาชี้ทางว่าสรุปแล้วถ้าเราอยากจะพัฒนาตัวเองในด้านนี้ เราควรจะต้องสนใจหรือฝึกฝนอะไรเป็นพิเศษบ้าง การงมให้ถูกทางมันน่าจะประหยัดเวลาในการพัฒนาตัวเองได้เยอะแน่ๆ…