UXplorer “Spotify” / สำรวจ Spotify

ไม่กี่อาทิตย์ก่อนมีเพื่อนมาชวนไปใช้ Spotify แต่ด้วยความที่ยังไม่เปิดบริการที่ไทยก็เลยต้อง vpn โยกตัวเองไปยังที่โซนที่มันเปิดแล้ว “ฟังเพลงทีนึง มึงต้อง vpn เลยหรอ?”
…. ใช่ครับนั้นคือความรู้แต่ก่อน ความจริงก็คือเราแค่ vpn โยกตัวเองไปโซนที่ให้บริการเพื่อ “ไปสมัคร” อย่างเดียว พอได้ Account มาแล้วเราก็ใช้เน็ตเราปกตินี่แหละฟังได้เลย เรียกง่ายๆว่าเป็นการกั๊กแบบปลายเหตุสุดๆ~
แต่นี้ไม่ใช่บันทึกมาเล่าวิธีการสมัคร สิ่งที่ทำให้อยู่มาเขียน(อวย)ถึงมัน ก็เพราะว่าง(ก็เหี้ยละ เอาเดดไลน์เป็นประกัน) ก็คือความ First Impression กับโปรแกรมของมันอย่างงอมแงม ทำให้ตอนนี้มันหลายเป็น Survivor kits ประจำเครื่องไปแล้ว ตั้งแต่ใช้บริการ Music Streaming มาไอ้นี่แม่งโอเคสุด

tl;dr
- คือโปรแกรม ฟังเพลงแบบ Stramimg ที่มีเพลงเยอะมากรวมทั้งเพลงไทย
- ux อาจไม่หวือหวา แต่ก็มัดใจผู้ใช้ที่ขี้เกียจอย่างเราได้
- โปรแกรมสีสวย

สมัครเสร็จก็ดาวน์โหลดโปรแกรมมัน (ฟังในเว็บนะ แต่ไม่อยากเปิดอีกแท็บนึง นีก็เยอะละ https://play.spotify.com)
1. คลิ๊ก Download
2. โหลดเสร็จแล้ว (ไรวะ)
ความขี้เกียจอย่างที่หนึ่งคือตอนจะดาวน์โหลดเนี่ย ถ้าเราใช้ OS อะไรอยู่มันจะ detected ให้แล้วมันก็โหลดตัว Install ของ OS นั้นๆมาให้ ไม่ต้องไปกดเลือกอะไรให้เมื่อย ตอนนี้เห็นหลายๆเว็บก็ทำ
ไม่มีไร ก็ดีแล้ว

ลงเสร็จ จะพบกับหน้าล็อคอินปกติ Remember me ได้ บวกกับเฉดสีที่ถูกใจ
เขียวๆ ดำๆ overlay ภาพพื้นหลังให้ความรู้สึกสดใหม่และทันสมัยอยู่เสมอ ดีแล้วที่มันไม่เลือกใช้สีตุ่นๆ ไม่งั้นคงจะหมองๆ ไม่อยากจะเปิด

เปิดมาไม่พบกับความตะลึงแต่อย่างใด แต่! นั้นคือเรื่องดี เพราะว่าที่เราเปิดโปรแกรมหรือแอพไหนแต่แรกและตะลึง มันจะมาต่อด้วยความงง งงว่ากูจะกดอะไรก่อนดีวะ เพราะถ้าผู้ใช้ไม่รู้ว่าจะกดอะไรก่อน ผู้ใช้จะเกิดความกลัวพังเล็กๆ แล้วไง?
ก็เพราะนั้นคือจุดเริ่มต้นของความบัดซบเลย

ถ้าอย่าง Spotify ไม่รู้จะกดอะไรจริงๆ ลากเมาส์ไปผ่านๆ Playlist ไหนหรือลิ้งเพลงอันไหนมันขึ้นรูปไอออน Play ขึ้นมา กดปึ๊บเล่นปั๊ป เย้ คลิ๊กเดียวจบแล้ว กูมีเพลงฟังแล้วพับหน้าจอทำงานอื่นต่อได้ แค่นี้แหละการใช้โปรแกรม….

จุดด่นที่เอาใจคอเพลงเลยคือ มี Playlist แนะนำให้เลือกเยอะมากกก ซึ่งถ้าสังเกตุดีๆตรงลิสของ Playlist หน้าแรกนั้น มันจะแนะนำเพลงลิสให้อยู่สี่อันหลักๆ
ไฮไลท์คือ มันจัด Playlist มาให้ตามบรรยากาศเวลาของเรา(น่าจะดึงจากเวลาเครื่องมั้ง) เช่นช่วงบ่ายๆ มันก็จะจัดลิส Afternoon Acoustic ออคูสติกเพลินๆในช่วงบ่ายๆผ่อนคลายๆ มาให้ฟัง ช่วงเย็นๆก็จะเป็น Electronic rock เพื่อความกระฉับกระเฉงอะไรประมาณนี้ เหมาะสำหรับคนไม่ยึดติดเพลง ฟังอะไรใหม่ๆซะบ้าง

อีห้าหกแถบเมนู มีที่พีคสำหรับเราที่สุดคือส่วนของ Genres&Mood (ที่จริงไม่ต้องกดก็ได้ เลื่อนๆหน้าแรกนั้นแหละลงมา มันจะเป็น Section ของเมนูเรียงต่อๆกันเอง สำหรับผู้ขี้เกียจคลิ๊ก) เราเลือกลิสเพลงจากอารมณ์ของเราได้เว้ย แล้วไม่ใช่ไรแม่งตรงด้วยไง แต่ก่อน 8tracks ก็มีแบบนี้เหมือนกัน แต่มันไม่ยักกะตรงกับแนวเพลงหรือมู้ดที่เลือกเอาซะเลย แต่อันนี้ถือว่าโอเคมาก อยากเปิดในอารมณ์แบบนี้จิ้มได้เลย ถือว่าเป็นการ Research ที่ดีในการเพิ่มทางเลือกของการที่ไม่รู้จะฟังอะไร
//แนะนำ “Focus” สำหรับการอ่านหนังสือ เปิดเบาๆคลอๆ
ถ้าชอบใจ Playlist ไหนก็กด Follow ไว้ได้ มันจะมาอยู่ตรงเมนูข้างขวาของเราให้กดง่ายๆ

ระบบการค้นหาพิมพ์ๆไปเถอะ เดี๋ยวมันก็ขึ้นมาให้ทั้ง ศิลปิน(หลักๆ) หรือชื่อคล้ายๆกัน เลื่อนลงมาจากช่อง Search นั้นแหละก็มีโผล่มาให้ยันอัลบั้มและ Playlist เรียกว่า Search ช่องเดียวเลือกฟังอะไรก็ได้โตแล้ว

ในหน้าของวงไหนซักวง ถ้าเราเพิ่งรู้จักแต่ไม่รู้จะฟังเพลงไหน
อย่าเพิ่งถอดใจ มันมีส่วนของ Popular ให้เลือกฟังเพลงดังๆของวงได้เลย ตัดปัญหาไม่รู้จะกดเพลงอะไรไป
ถ้าเกิดดันเป็นเพลงที่เราไม่รู้จักแล้วเราเกิดชอบแนวนั้นขึ้นมา ก็มองไปด้านขวาเล็กๆ จะเจออีช่อง Related Artists เพื่อบอกศิลปินที่แนวเพลงคล้ายๆกันให้ได้ฟังกันต่อจะได้ไม่ขาดตอน โดยที่เราไม่ต้องไปหาเองเลย ….เห็นมะ กูจะเป็นง่อยแล้วเนี่ย

ชอบเพลงไหนก็กด + ตรงที่เพลงซะแล้วมันจะมาอยู่ในช่อง Yours Music ของเราให้เปิดถนัดๆมือ มันจะลิ้ง Artists กะ Album จากเพลงที่เรากดเลย
//อันนี้มีฟังก์ชั่น Add to Queue ด้วย (เหมือน Up next ของ iOS) เพลงต่อไปเราอยากฟังเพลงนี้ เราก็กด Add to Queue เพื่อให้มันเล่นเป็นเพลงต่อไปได้ + กับสร้าง Playlist ตัวเองได้

ตรงส่วน Control โดยส่วนตัวจะรักโปรแกรมเล่นเพลงอะไรก็ได้ที่สามารถกด Space bar (Shortcut keys)เพื่อ Pause/Play ได้ และไอ้นี่ก็ทำได้ แต่ถ้าจะเลื่อนเพลงถัดไปกด Ctrl(หรือ cmd) + ลูกศรซ้ายขวาได้, ถ้า Ctrl + ลูกศรขึ้นลงจะเป็นการเพิ่มลดเสียง นี่ไงไม่ต้องจับเมาส์เลย (แถมเวลา play/pause จะมี fadein/out เล็กๆ เพื่อไม่ให้มันตัดถื่อจนเกินไปด้วย)

พีคอีกอย่างของ Control อันนี้คือถ้าเราปิดโปรแกรมไป หรือปิดเครื่องไป ตอนที่เราเปิดมาให้มันจะค้างอยู่วินาทีล่าสุดและเพลงล่าสุด เราสามารถกด Play เพื่อฟังต่อได้เลย!!!

ชอบอีกอย่างคือมันสาสามารถตั้งค่าเวลาเรากดปิดโปรแกรมให้มันย่อไปอยู่ตรง tray ได้ จะได้ไม่รกหน้า Taskbar เพราะเราก็ไม่จำเป็นที่จะต้องมี action กับมันบ่อยๆ ส่วนใหญ่ก็แค่เปิดทิ้งไว้ปล่อยมันเล่นไปเรื่อยๆ หลบๆไปก็ดี
.
.
.
หมดยังวะ??

เออ! แม่งใช้ลูกกลิ้งเมาส์ Scroll เพื่อลดเสียงได้ด้วยนะ!!

.
.
.

นึกไม่ออกละ
ก็นี่แหละ สำรวจค่อนๆรีวิว จุดเล็กๆน้อยๆที่ค่อยๆทำให้ผู้ใช้พอใจโดยไม่รู้ตัวจนทำให้หลงไหลมันไปในที่สุด เอยย

เพราะ ux คือการส่งเสริมให้คนขี้เกียจ และคนส่วนใหญ่ก็ชอบขี้เกียจซะด้วยซิ

สุดท้ายก็ยังคงเฝ้ารอให้มันมาเปิดในไทยในเร็ววัน เพราะมันสมัคร Premium ลำบาก แรงจูงใจใน Premium หรอ? ก็เพราะว่ามันสามารถเพิ่ม Bitrate เสียงที่มีคุณภาพสูงกว่าตัวฟรีได้ (ที่จริงตอนนี้ก็ไม่แย่นะ) ที่สำคัญมันเก็บไว้ฟังออฟไลน์ได้ด้วย

¯\_(ツ)_/¯

Get the Medium app

A button that says 'Download on the App Store', and if clicked it will lead you to the iOS App store
A button that says 'Get it on, Google Play', and if clicked it will lead you to the Google Play store